Active Transportation/ Active Travel/ Active Mobility (ไม่แน่ใจการแปลเป็นภาษาไทยให้สื่อความ จึงขอใช้ทับศัพท์ตามคำสากลในภาษาอังกฤษ) กำหนดนิยามตามองค์การอนามัยโลกว่า เป็นรูปแบบการเดินทางที่ผู้เดินทางมีการใช้พลังงานร่างกายเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง จึงครอบคลุมการเดิน การวิ่ง การใช้จักรยาน การใช้วีลแชร์ การใช้รถเข็นที่ต้องใช้แรงหมุน หรือสเก็ตบอร์ด สำหรับรูปแบบการเดินทางที่ใช้พลังงานไฟฟ้าช่วย (Electric-assisted micromobility) เช่น จักรยานไฟฟ้า (e-bikes) และจักรยานสำหรับคนพิการแบบไฟฟ้า (e-handcycles) ถือเป็นส่วนหนึ่งของด้วย เนื่องจากผู้ใช้ยังคงต้องใช้แรงจากร่างกายในการเคลื่อนที่ร่วมกับพาหนะ
Active Transportation สำคัญต่อการบูรณาการกิจกรรมทางกายเข้ากับกิจวัตรประจำวันของประชาชน โดยเฉพาะในสังคมเมืองที่มักมีโอกาสทางกิจกรรมทางกายน้อย จากวิถีการทำงานที่ค่อนข้างเป็นแบบเนือยนิ่ง การส่งเสริมกิจกรรมทางกายช่วงการเดินทางจึงเป็นแนวทางสำคัญในการเพิ่มระดับกิจกรรมทางกายของประชากรในวงกว้าง เป็นประโยชน์ในมุมผังเมืองและการคมนาคมขนส่งต่อการสนับสนุนการพัฒนาเมืองที่ยั่งยืน (ลดความหนาแน่นของการจราจรและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ประหยัดค่าใช้จ่าย และยังได้รับสุขภาพที่ดี)
ประเด็นนี้เป็นหนึ่งในมิติสำคัญของ Active Environments ตาม Global Action Plan on Physical Activity ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างภาคส่วน ตั้งแต่การวางผังเมือง การออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน การกำหนดนโยบายการขนส่ง ไปจนถึงการสร้างความตระหนักของประชาชน
ในบริบทประเทศไทย ยังคงประสบอุปสรรคหลายประการ ทั้งในเชิงโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่เอื้ออำนวย สภาพอากาศ ความปลอดภัย และวัฒนธรรมการเดินทางที่พึ่งพายานพาหนะที่ใช้เครื่องยนต์ อย่างไรก็ดี ยังมีโอกาสและตัวอย่างที่สร้างแรงบันดาลใจมากมาย เช่น การพัฒนาเส้นทางจักรยานในเมืองใหญ่ การสร้างทางเดินที่เชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะ และการรณรงค์ให้ประชาชนหันมาเดินหรือปั่นจักรยานมากขึ้น ที่สามารถศึกษาปัจจัยความสำเร็จ อุปสรรค และแนวทางการปรับใช้ที่เหมาะสมกับบริบทท้องถิ่นที่แตกต่างกัน